วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 1 กันยายน 2557 ผมตื่นมาประมาณเกือบ 11 โมง จากนั้นก็มานั่งดูตลาด Forex ผมเปิดออเดอร์ค้างไว้
สามออเดอร์ตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา ปรากฏว่าออเดอร์ทั้งสามกำลังวิ่งไปทางที่ผมได้คาดการณ์ไว้ จากนั้นก็เลยมาดูคู่อื่นๆบ้าง จนมา
สะดุดกับ EUR/JPY ผมวิเคราะห์ว่ามันน่าจะลง ด้วยความคันไม้คันมือจึงเปิด SELL ไป พอเปิดออเดอร์นี้เสร็จปุ้บ ผมก็แปลกใจว่า
ทำไมผลรวมพอร์ตของผมมันติดลบ ทั้งๆที่สามออเดอร์ก็ได้กำไรบ้างแล้ว การเปิดเพิ่มอีกหนึ่งออเดอร์ทำไมมันถึงลบ แล้วลบเยอะ
มาก ทันใดนั้นผมก็นึกขึ้นได้ว่า หรือว่า!!! ผมจึงไปเปิดหน้าต่างคู่เงินตรง Market Watch อีกครั้งแล้วก็จริงอย่างที่ผมคิด เพราะ
วอลุ่มที่ผมเปิดมันคือ 1.00 !!! ไม่ใช่ 0.01 อย่างที่ผมเคยเทรด แล้วก็นึกได้ว่า เราเพิ่งเข้าไปเทรดในบัญชีจำลองแล้วเปิดออเดอร์
1.00 เอาไว้ ไม่คิดว่ามันจะส่งผลมาถึงกัน
ตอนนั้นสิ่งที่ผมคิดก็คือจะปิดออเดอร์นี้เลยทันที พร้อมกับขาดทุน แต่ด้วยเทคนิคที่ผมวิเคราะห์ผมคิดว่ามันน่าจะลงจึง
ถือต่อและตั้ง S/L ไว้ที่ 10 pips ด้วยความที่เงินในพอร์ตผมมีน้อยทำให้ไม่สามารถทนติดลบได้มากนัก ผมตั้งใจเขียนบทความนี้
เพื่อคอยย้ำกับตัวเองอยู่เสมอว่าควรมีสติ รอบคอบ อย่าประมาททุกครั้งเมื่อเข้ามาในตลาด บทเรียนครั้งนี้อาจจะตีเป็นราคาเท่ากับ
เกือบ 80 %ของพอร์ต แล้วเราจะมาดูกันครับว่าออเดอร์นี้จะออกมาเป็นอย่างไร
มาต่อกันครับ หลังจากที่ผมเขียนบทความนี้เสร็จอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาออเดอร์ก็โดนปิดจนได้ พร้อมกับบทเรียนราคาแพง
คู่ EUR/JPY เปิด SELL ที่ราคา 136.671 ตั้ง S/L ที่ 136.790
สังเกตว่าราคาทะลุเส้น MA 50 (น้ำเงิน) และ MA 100 (ส้ม) ไปได้ แต่ไปชนที่ MA 200 (ขาว) จึงมีโอกาสที่แนวโน้มจะเป็นขาลง
ต่อไป
มาดูกันต่อครับว่าคู่นี้แนวโน้มจะเป็นยังไง
ต่อไป
มาดูกันต่อครับว่าคู่นี้แนวโน้มจะเป็นยังไง
ราคาที่วิเคราะห์ไว้ว่าจะชนเส้น 200 แล้วลง แต่มันย่อแค่นิดเดียวแล้วก็พุ่งไม่ลืมหูลืมตา เรื่องนี้บอกอะไรแก่เรา ถึงแม้ว่าเราจะ
วิเคราะห์มาดีแค่ไหน โอกาสถูกทางก็ไม่มีทางเป็น 100 % ครับ มันอาจมีผิดทางได้เสมอ แต่สิ่งสำคัญที่เราต้องมีคือ การจำกัด
ความเสี่ยง หรือจำกัดความสูญเสีย เพื่อไม่ให้พอร์ตของเราเสียหายจนไม่สามารถกู้คืนได้ครับ
มาต่อกันอีกนิดนะครับ
วิเคราะห์มาดีแค่ไหน โอกาสถูกทางก็ไม่มีทางเป็น 100 % ครับ มันอาจมีผิดทางได้เสมอ แต่สิ่งสำคัญที่เราต้องมีคือ การจำกัด
ความเสี่ยง หรือจำกัดความสูญเสีย เพื่อไม่ให้พอร์ตของเราเสียหายจนไม่สามารถกู้คืนได้ครับ
มาต่อกันอีกนิดนะครับ
จะเห็นว่าราคาทะลุขึ้นไปแต่จากนั้นราคาก็ลงมาแรง มันมีอะไรอยู่เบื้องหลังนี้ไหมมาดูกันครับ
พอเรามาดูชาร์จรายวันที่เส้น 200 จะเห็นว่าราคาไม่สามารถทะลุไปได้และมันก็ลงไปตามแนวโน้มลง สิ่งที่เราเรียนรู้จากคู่เงินนี้ที่
ผมเห็นชัดๆ ก็คือ Money Management การเปิดขนาดออเดอร์ให้สมดุลกับเงินในพอร์ต Risk Management การจำกัดความ
เสี่ยงเมื่อราคาไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ และ กราฟในภาพใหญ่จะมีความสำคัญกว่ากราฟในภาพเล็ก




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น