วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2557

ออมเงินไปทำไม (เออนั่นสิ) 2


ต่อจากบทความที่แล้วนะครับ หลังจากที่ผมออกจากงานธนาคาร ผมก็เริ่มงานใหม่ในทันที อย่างไรก็ตามผมก็รู้จักกับเครื่องมือ

ทางการเงินต่างๆมากขึ้น เช่น ตราสารหนี้ หุ้นกู้ อัตราแลกเปลี่ยน ฯลฯ แต่สำหรับผมการลงทุนยังอยู่ห่างไกลกันนัก หลังจากที่ผม

เริ่มงานใหม่ได้ประมาณปีกว่า ผมก็ได้รู้จักผู้หญิงคนหนึ่งและเราก็คบกัน ช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่ผมละเลยการออมไปเลย เพราะผม

ทุ่มเทให้เธอทั้งตัวและหัวใจ แต่สุดท้ายความไม่แน่นอนก็เกิดขึ้นได้เสมอ หนึ่งปีผ่านไปเราต่างเดินกันไปคนละทาง เหลือแค่เพียง

ตัวผมคนเดียวที่ยืนอยู่ท่ามกลางความสับสน

ผมจึงลุกขึ้นมาสร้างเป้าหมายให้ตัวเอง นั่นคือการมีอิสรภาพทางการเงิน ผมจะทุ่มเทให้ตัวเอง ผมจะรักตัวเองให้มากๆ ผมอยากมี

ชีวิตที่อิสระ ไม่อยากทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนไปตลอดชีวิต นับตั้งแต่วันนั้นมาผมกับการลงทุนเราก็เริ่มทำความรู้จักกันมากขึ้น

เรื่อยๆ จนในตอนนี้ผมสามารถตอบตัวเองได้แล้วว่า ผมออมไปทำไม เงินออมของผมตอนนี้เปรียบเสมือนกำลังสำรองไว้ในวันที่

ชีวิตผมฉุกเฉิน ผมสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องทำงานสักระยะนึงเลยทีเดียว ทุกวันนี้ผมยังทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน และ

แบ่งออม 10 % อย่างสม่ำเสมอทุกเดือน แล้วเงินที่เหลือของผมก็นำไปลงทุนแทบทั้งหมด (อย่างที่เคยบอกครับต้นทุนในชีวิตผม

มีน้อยมาก) โดยมีเป้าหมายแรกคือ passive income เดือนละ 10 000 บาท ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ตัวผมยังอยู่ห่างไกลจากเป้าหมาย

แรกพอสมควรแต่ผมก็เชื่อว่าในทุกๆวันที่ผมดำเนินชีวิต ผมได้ขยับเข้าใกล้เป้าหมายไปทุกขณะ

ผมตั้งเป้าไว้ว่าอีก 5 ปี ชีวิตผมจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น โดยหลักๆก็คือ มีเงินออมเพิ่มมากขึ้น มีความรู้ในการเทรดมากขึ้น

มีความรู้ในการลงทุนในหุ้นมากขึ้น และมีความสามารถในการวาดรูป ผมเรียกมันว่า ITD (Invest Trade Draw for living)

และนี่คือเครื่องมือนำทางในชีวิตของผม แล้วของคุณล่ะ !!!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น