วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

บัญญัติ 10 ประการ "อยากรวย ต้องรู้"

บัญญัติ 10 ประการ "อยากรวย ต้องรู้"

1. "ความรู้ทางการเงิน" สำคัญไม่น้อยไปกว่า "ความรู้ทางการงาน" เพราะในชีวิตของเราทุกคนนั้น จะมีช่วงเวลาที่สามารถหา

"รายได้จากการทำงาน" (you at work) จำกัด และจะต้องใช้ชีวิตหลังเกษียณค่อนข้างยาวนาน จึงต้องรู้วิธีที่จะ "ใช้เงินให้ทำงาน"

(money at work)


2. การออมเป็น "เกมแห่งระยะเวลา" (game of time) ใครเริ่มต้นก่อน ก็รวยก่อน เพราะยิ่งผ่านเวลามานาน ยิ่งได้เป็นกอบเป็นกำ

ถือเป็นเงื่อนไขจำเป็น ของทุกคนที่ต้องการบรรลุสู่อิสรภาพทางการเงิน :)


3. การลงทุนเป็น "เกมแห่งจังหวะเวลา" (game of timing) ต้องรู้จักจังหวะในการเข้าออกตลาดที่เหมาะสม ซื้อเมื่อต่ำ ขายเมื่อสูง

หยุดเมื่อสงสัยไม่แน่ใจ เพราะถ้าหากเข้าผิดจังหวะ ยิ่งทิ้งไว้นาน จะยิ่งเสียหายมาก และโอกาสที่จะได้ทุนคืนยากขึ้นเรื่อยๆ

(losses are harder to regain)


4. การตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุนไม่ใช่การตัดสินใจซื้อสินค้าสำเร็จรูป (product) แบบที่ตัดสินใจตอนซื้อครั้งเดียวจบ ถ้าไม่ได้

ผลหรือใช้แล้วไม่พอใจก็ทิ้งมันไว้เฉยๆ จริงๆแล้วการลงทุนเป็นกระบวนการ (process) ที่ต้องมีการเอาใจใส่ ติดตามผลและปรับ

เปลี่ยนกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลอดเวลา


5. หนทางไปสู่ความสำเร็จไม่ได้มีเพียงเส้นทางเดียว จุดสำคัญในการบริหารการลงทุนนั้นไม่ได้อยู่ที่รูปแบบ วิธีการหรือสไตล์ ซึ่ง

เรื่องเหล่านี้เป็นเพียง "เกมภายนอก" (outer game) แต่เป็นเรื่องของทัศนคติ วิธีคิด พลังใจ ซึ่งเป็น "เกมภายใน" (inner game)


6. ลำพังแค่การ "เอาชนะดัชนี" (beat the index) ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ไม่มีใคร "เอาชนะตลาด" (beat the market) ได้ เคล็ด (ไม่)

ลับในการจะยืนหยัดอยู่ในเกมการลงทุนอย่างตลอดรอดฝั่งในฐานะ "ผู้ชนะ" นั้น อยู่ที่การยืนอยู่ข้างเดียวกับตลาดไม่ใช่ฝืนตลาด


7. ความสำเร็จในการลงทุนไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน จริงๆแล้วมันอาจเปรียบได้กับการวิ่งแข่งระยะไกล (marathon)

ไม่ใช่การวิ่งแข่ง 100 เมตร (sprint) ดังนั้นคุณจะต้อง "รู้จักตัวเอง" (know yourself) ว่าอะไรคือสไตล์การลงทุนที่เหมาะสมที่เข้า

กันได้กับความสามารถในการรับความเสี่ยงและทักษะในการลงทุน เพราะนั่นคือ "ระบบ" ที่คุณต้องใช้เพื่อ "ทำธุรกิจ" นี้ในระยะยาว


8. ในการใช้เงินต่อเงินนั้น คุณต้อง "รู้จักเครื่องมือ" (know the vehicle) ว่ามีลักษณะและรูปแบบการให้ผลตอบแทนอย่างไร มี

ข้อดีข้อเสีย และข้อจำกัดอะไรบ้าง


9. นอกจากนี้คุณต้อง "รู้จักตลาด" (know the market) คือรู้ว่าตลาดการเงินมีธรรมชาติเป็นอย่างไร อะไรคือสาเหตุเบื้องหลังที่

ทำให้เกิดการกระเพื่อมขึ้นลงของตลาด และรู้วิธีการในการบริหารความเสี่ยงในการลงทุนว่าจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร


10. อย่าติดอยู่ในกับดักของ "การบริโภคข้อมูลเกินขนาด" (information overload) ซึ่งมัวแต่สนใจหาข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ จน

ไม่กล้าลงมือปฏิบัติ (analysis paralysis) เพราะมีความเชื่ออย่างผิดๆแบบพวกมองโลกสมบูรณ์แบบ (perfectionist) ว่าถ้ามี

ข้อมูลที่สมบูรณ์จะไม่เกิดความผิดพลาด (zero-defect mentality) จริงๆแล้ว หัวใจสำคัญของการบริหารการลงทุนนั้นอยู่ที่การ

"จำกัดความเสี่ยง"(risk limitation) ไม่ใช่ "กำจัดความเสี่ยง" (risk elimination) เมื่อเรารู้แล้วต้องลงมือทำ เพราะในภาษาอังกฤษ

คำว่า "โชคลาภ" (luck) เป็นตัวย่อของ Laboring Under Correct Knowledge แปลว่า "ลงมือทำ ด้วยความพากเพียร โดยอาศัย

ความรู้ที่ถูกต้อง"



ที่มา : อินเตอร์เนต

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557

หุ้นตัวแรกในชีวิต


          หลังจากห่างหายการอัพเดทบทความในบล็อกนี้ไปนาน ระหว่างนั้นผมได้มีโอกาสซื้อหุ้นตัวนึงครับ เรียกได้ว่าเป็นหุ้นตัว

แรกในชีวิตของผมเลยทีเดียว ด้วยเงินทุนเริ่มต้นที่ไม่มากนัก ผมสามารถเป็นเจ้าของหุ้นนั้นได้เพียงไม่กี่ร้อยหุ้นเท่านั้น หลังจากที่

ผมซื้อไว้ผมก็แทบจะไม่ได้สนใจการขึ้นลงของราคาเท่าไรนัก เพราะเราตั้งใจแล้วล่ะว่า เราจะซื้อหุ้นของบริษัทที่ดี แล้วรอเก็บกิน

ปันผลไปเรื่อยๆ หลักเกณฑ์คร่าวๆ อย่างง่ายนะครับ (ขอย้ำว่าอย่างง่าย) ในการเลือกซื้อหุ้นของผมนะครับ ก็คือเป็นบริษัทที่ไม่เคย

ขาดทุนอย่างน้อยก็ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ที่สำคัญเป็นบริษัทที่มี รายได้ดี กำไรดี ปันผลดีครับ (ขอยืมคำพูดจาก ดร. นิเวศน์

เหมวชิรวรากร) โดยที่หุ้นตัวแรกของผมก็เป็นหุ้นในกลุ่มสื่อสารครับ หลังจากที่ผมถือมาได้ประมาณเดือนกว่าๆ ทางบริษัทก็

ประกาศจ่ายปันผลรอบผลประกอบการครึ่งปีแรกครับ พอทราบข่าวผมรู้สึกตื้นตันและตื่นเต้นมากครับ (ถึงแม้ในความจริงเงินปันผล

ที่ผมจะได้รับยังไม่ถึง 1 000 บาทด้วยซ้ำ!!!)  ผมรู้สึกเหมือนกำลังก้าวเข้าไปใกล้อิสรภาพทางการเงินอีกก้าวหนึ่งครับ ถึงแม้ว่า

หนทางยังอีกยาวไกลแต่วันนี้ผมได้เริ่มต้นก้าวแรกแล้วครับ

กับหุ้นตัวแรกและปันผลแรกในชีวิต