วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สรุปสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยครึ่งปีแรก

          ตลาดหุ้นไทยในครึ่งปีแรกนั้นนับได้ว่าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ราคาก็เริ่มทำนิยามขาลง ลงมาเรื่อยๆ (Lower High, lower Low)

จนมาเดือนสิงหาคมที่ เกิดเหตุการณ์วางระเบิดที่แยกราชประสงค์ วันรุ่งขึ้น ตลาดก็เกิดการเทขายอย่างหนัก ประกอบกับข่าวการชะลอ

ตัวลงของเศรษฐกิจจีน การลดค่าเงินหยวนและการปะทะกันระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ทำให้วันนี้ (24 สิงหาคม 2558) ตลาด

เปิดมาก็กระโดดลงมาเยอะเลย 



จากกราฟจะเห็นว่าสัญญาณ MACD เริ่มลดระดับลงเรื่อยๆ ในขณะที่ ADX ภาวะหมีตอนนี้ก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่าเป็นหมีวัย

ฉกรรจ์เลยทีเดียว อย่างไรก็ตามในช่วงระยะเวลาต่อจากนี้ ถือว่าเป็นช่วงเฝ้าสังเกตการณ์ที่ดี สำหรับตัวผู้เขียนเองเพราะผู้เขียนลงทุน

ระยะยาวโดยเน้นเลือกหุ้นพื้นฐานดี ปันผลเด่นเป็นหลักทำให้ช่วงนี้เป็นช่วงที่ของดีราคากำลังเริ่มที่จะถูก แต่พบว่าปัญหาอย่างนึงที่เกิด

ขึ้นตอนนี้และนับได้ว่าเป็นปัญหาที่ค่อนข้างหนักหนาเลยทีเดียว นั่นคือผู้เขียนไม่มีเงินสดอยู่ในมือแล้ว XD คงทำได้แค่นั่งทำตาปริบๆ

ดูมันลงๆ ขึ้นๆไปก่อนในช่วงปีนี้

ตัวอย่างกราฟหุ้นกลุ่มต่างๆ











วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เป้าหมายในชีวิต

          เป้าหมายในชีวิตของผมนั้นถูกเขียนขึ้นมาจากบุคลิกภาพ ความชอบของตัวผู้เขียนเองซึ่งแบ่งออกเป็นหลักๆได้ 3 อย่าง

คือ 1. การลงทุน (INVEST) 2. การเก็งกำไร (TRADE) 3. การวาดรูป (DRAW) 

เรามาเริ่มจากหัวข้อแรกกันก่อนเลยซึ่งก็คือ การลงทุน เป้าหมายสูงสุดของการลงทุนนั้นก็คืออิสรภาพทางการเงิน (จากเงินปันผล) 

อีกนัยนึงก็คือ มีรายรับ (Passive Income) มากกว่า รายจ่าย นั่นหมายความว่าถ้าตัวผู้เขียนมีรายจ่ายไม่มากใช้ชีวิตอย่างสมถะก็จะ

สามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้ไม่ยาก แต่อย่างไรก็ตามผู้เขียนลองระบุตัวเลขลงไปเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น และเผื่อไว้ในกรณีที่ผู้เขียนต้อง

มีคนที่ต้องดูแล สร้างครอบครัวต่อไปนั่นเอง 

          โดยมีเป้าหมายแรกเริ่มต้นที่มีรายรับ (จากเงินปันผล) 10 000 บาทต่อเดือน ถ้าผู้เขียนทำถึงจุดนี้ได้ผู้เขียนสามารถลาออกจาก

งานได้เต็มตัวและใช้เวลาในการสร้างธุรกิจของตัวเองได้อย่างเต็มเวลามากขึ้น 

          เป้าหมายที่สอง รายรับ (จากเงินปันผล) 40 000 บาทต่อเดือนตรงจุดนี้ผู้เขียนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างลอยตัวมาก เนื่องด้วย

ผู้เขียนไม่ได้มีรสนิยมที่ติดหรูอะไรมากมายด้วยรายรับเท่านี้เรียกได้ว่าผู้เขียนลอยตัวจากภาระทางการเงินได้อย่างแน่นอน 

          ส่วนเป้าหมายสูงสุดนั้นคือรายรับ(จากเงินปันผล) 100 000 บาทต่อเดือน ด้วยจำนวนเท่านี้ผู้เขียนสามารถดูแลคนที่ผู้เขียนรัก

ได้อย่างเต็มที่พร้อมทั้งมีเวลาให้อย่างเหลือเฟือ 

          สำหรับแนวทางในการเดินทางสู่เป้าหมายนั้นคือ 1. ออมเงิน (ทั้งจากการทำงาน เงินส่วนต่างจากการเทรดค่าเงิน) ไปเรื่อยๆไว้

สำหรับออมหุ้นในยามที่ตลาดเกิดลงหนักๆ  2. ส่วนหุ้นที่มีอยู่ในพอร์ตแล้ว เราจะทำการตรวจสอบอยู่เสมออย่างน้อยไตรมาสละครั้งว่า

ยังเติบโตดีอยู่ไหม ทั้งรายได้ กำไร และปันผล นี่คือส่วนหลักๆที่เราจะนำมาพิจารณาในขั้นต้น

         เป้าหมายหลักที่สองก็คือ การเทรด (เก็งกำไร) ทั้งในตลาดค่าเงินและตลาดหุ้น โดยที่มีเป้าหมายแรกอยู่ที่การเทรดเพื่อเอาเงิน

มาเติมพอร์ตหุ้น และเป้าหมายสูงสุดในการเทรดอยู่ที่การเทรดให้ได้เดือนละ 20 000 เพื่อเลี้ยงชีพ รายละเอียดในการเทรดทั้งสอง

ตลาดนั้นมีความต่างกันดังนี้ 1. ตลาดค่าเงิน (Forex) ในตลาดนี้ผู้เขียนได้พยายามสร้างระบบการเทรดขึ้นมาเองและทดลองเทรด ณ

ตอนนี้อยู่สามระบบ ได้แก่  1. Trend Following   2. Trend 13 34   3. Swing Trade

          2. ตลาดหุ้นไทย ณ ตอนนี้ผู้ขียนยังไม่ได้เริ่มเทรดในตลาดนี้ แต่พอจะมีแนวคิดในการเทรดตลาดนี้อยู่สองแนวได้แก่

1. Trend Following อันนี้จะคล้ายๆกับที่ใช้ในตลาดค่าเงิน 2. ซื้อตอน MACD ตัดขึ้นในแดนลบจากภาพ Week อย่างไรก็ตามทั้งสอง

แนวทางนี้ยังเป็นแนวคิดเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนระบบในภายหลัง

          เป้าหมายในชีวิตสุดท้ายคือเป้าหมายที่เติมเต็มความต้องการภายในใจ เป็นสิ่งที่ผู้เขียนอยากทำมากที่สุดก็ว่าได้ แต่ก็นับว่าค่อน

ข้างแปลกที่กิจกรรมพวกนี้ผู้เขียนกลับไม่แบ่งเวลาให้กับมันเลย ขอเรียกรวมๆว่า การวาดรูปละกัน เป็นเป้าหมายที่สะท้อนความเป็น

ศิลปินในตัวผู้เขียน อันได้แก่ การวาดรูป การเขียนหนังสือ การทำสมุดทำมือ โดยกิจกรรมเหล่านี้ผู้เขียนตั้งใจจะทำเป็นงานหลักเลยก็ว่า

ได้ โดยผู้เขียนจะค่อยๆสั่งสมประสบการณ์ในด้านนี้ ค่อยๆวาดรูปสะสม ค่อยๆเขียนบทความไปเรื่อยๆ จะทำให้เรารู้ว่าทุกๆวันเราเข้า

ใกล้เป้าหมายไปเรื่อยๆ โดยในระหว่างนั้นเป้าหมายหลักสองอย่างแรกก็ขยับเข้าไปใกล้เป้าหมายด้วยเช่นกัน เมื่อถึงเวลานั้น ผู้เขียนจึง

สามารถออกมาทำงานอิสระได้อย่างเต็มตัว 

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เตรียมพร้อมสู่การสร้างระบบธุรกิจของตัวเอง


          มาถึงเวลานี้ต้องยอมรับแล้วว่า ผมชอบการเทรดแล้วจริงๆ ดังนั้นผมจึงตั้งใจที่จะสร้างระบบธุรกิจของผมขึ้นมาโดยเกี่ยวข้องกับ

การเทรดหรือการเก็งกำไรนั่นเอง ซึ่งมีขั้นตอนในการสร้างดังนี้

1. เขียน E Book ขึ้นมาหนึ่งเล่มที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการเทรด เล่าประสบการณ์การเทรดของผู้เขียน สำหรับแจกฟรีให้กับแฟนเพจ

2. สร้างโซเชียลมีเดียขึ้นมาใหม่ ได้แก่ อีเมลใหม่สำหรับการติดต่อเช่นการโอนเงิน (ในกรณีมีคอร์สสอนในอนาคต) เฟสบุคแฟนเพจ 

สร้างขึ้นมาเพื่อคอยอัพเดทรายคู่เงินและหาสมาชิกแฟนเพจ ทวิตเตอร์สำหรับการทวิตข้อมูลสำคัญๆในกราฟค่าเงิน สร้างบล็อกใหม่

สำหรับบทความน่ารู้ในการเทรด ช่องยูทูปสำหรับรองรับวิดีโอสอนออนไลน์

3. อัพเดทโซเชียลอย่างต่อเนื่อง วิเคราะห์กราฟ แนะนำ ลงแจก E Book และประชาสัมพันธ์สำหรับผู้ที่สนใจการเรียนตัวต่อตัว 

4. พัฒนาไปสู่การสร้างคอร์สออนไลน์ (ข้อสี่นี้ต้องรอให้ผู้เขียนมีฐานแฟนเพจที่เยอะพอสมควร)

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

วันนี้ฉันจะทำในสิ่งที่คนอื่นไม่ทำ


Today i will do what other won't 
so tomorrow i can do what other can't

วันนี้ฉันจะทำในสิ่งที่คนอื่นไม่ทำ เพื่อที่พรุ่งนี้ฉันจะสามารถทำในสิ่งที่คนอื่นไม่สามารถทำได้

เราทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า !!?

ถ้านับตั้งแต่เริ่มเทรดฟอเร็กซ์ตั้งแต่ปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ก็ราวหนึ่งปีได้แล้วเป็นที่น่าแปลกใจว่ายอดรวมของพอร์ตยังย่ำอยู่กับที่ไม่ขยับ

ไปไหนเลย ทั้งๆที่ตอนแรกก็ตั้งเป้าไว้ว่าในปี 2558 นี้จะสะสมพอร์ตให้มีมูลค่ารวม 10 000 บาท จากเงินเริ่มต้น 3 200 บาท และเดือนที่

ผ่านมายอดรวมของพอร์ตก็ค่อยๆเพิ่มสูงขึ้นจนมาอยู่ที่ราวๆ 9 000 กว่าบาท จากนั้นก็เหมือนมันผิดที่ผิดทางไปหมด เพราะเข้าตัวไหนก็

ผิดจนกำไรหายไปกว่าครึ่ง สุดท้ายตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 4 000 กว่าบาท วันนี้ก็เลยมานั่งถามตัวเองว่า เราทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า 



จากสเตทเมนท์ผลงานการเทรดที่ผ่านมา จะพบว่าขาดทุนหนักๆอยู่สามครั้ง (ที่ตีกรอบสีแดงไว้) โดยทั้งสองในสามคู่เงินที่ผิดทางนั้น

เป็นคู่ที่เข้าตามระบบมากที่สุดแต่ก็ยังผิดทางอยู่ดี ก็เลยมานั่งคิดว่าเราทำอะไรพลาดไปตรงไหนหรือเปล่า !!

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ปันผลแรกแห่งปี

          ปีนี้ เป็นปี 2558 หุ้นบริษัทนึงในพอร์ตประกาศจ่ายปันผลออกมา 0.30 บาท/หุ้น ถือเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง

ถึงแม้จะเป็นจำนวนเงินที่ไม่มากก็ตาม แต่อย่างน้อยผมก็รู้สึกว่าการออมหุ้นแบบนี้ ในตอนนี้มันเหมาะกับความรู้ ประสบการณ์ของเรา

มากที่สุด สบายใจไม่เครียด เก็บเงินปันผล พร้อมทั้งเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อยๆ นี่ถือเป็นการลงทุนที่อาจจะไม่ได้ผลตอบแทนที่

หวือหวามากนัก แต่ผมมีความสบายใจอย่างมากที่สุด